10 เรื่องน่ารู้ ความรู้กินอยู่ถูกวิธี และความเชื่อที่อาจจะผิดๆ ลองอ่าน

Home / สุขภาพทั่วไป / 10 เรื่องน่ารู้ ความรู้กินอยู่ถูกวิธี และความเชื่อที่อาจจะผิดๆ ลองอ่าน

มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมา ว่าอาหารบางอย่าง ไม่ควรกินพร้อมกัน  อาทิ ดื่มน้ำเต้าหู้ ตามด้วยส้ม ทำให้อาหารไม่ย่อย, การดื่มน้ำที่ดี, การออกกำลังกายมากเกินไป เป็นผลเสียมากกว่าผลดี ฯลฯ และเรื่องอื่นๆ ในหนังสือชุด Health Plus ของสำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์ กว่า 70 เรื่องเลยค่ะ ที่เปิดอ่านแล้วยังต้องร้อง โอ้โห.. เราเข้าใจผิดหลายเรื่องจริงๆ

10 เรื่องน่ารู้ ความรู้กินอยู่ถูกวิธี

1. ดื่มน้ำเต้าหู้ ตามด้วยส้ม ทำให้อาหารไม่ย่อย

– เพราะเมื่อน้ำเต้าหู้ที่อุดมด้วยโปรตีนพบกับกรดส้ม จะทำให้โปรตีนแข็งตัวและย่อยยาก เป็นปัญหาต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย เป็นต้น

2. กินข้าว ตามด้วยผลไม้ ทำให้กระเพาะลำไส้ปั่นป่วน

ไม่ควรกินผลไม้ระหว่างกินข้าวหรือหลังกินข้าวอิ่มทันที เพราะน้ำตาลจากผลไม้ที่อยู่ในกระเพาะและน้ำย่อยในกระเพาะจะทำปฏิกิริยากับข้าวมากเกินไป จนเกิดเป็นแก๊สในกระเพาะ ก่อให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ควรเว้นช่วง 1 ชม. หลังกินข้าวเสร็จ แล้วค่อยกินผลไม้

3. ดื่มน้ำมากๆ

ในแต่ละวัน เราควรดื่มน้ำวันละ 2,000 ซีซี เป็นอย่างน้อย จึงทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มอื่นๆ แทนน้ำ เพราะเครื่องดื่มเหล่านั้นจะมีน้ำตาลและอิเล็กโทรไลต์สูง ซึ่งจะตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าน้ำ การดื่มน้ำติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและความอยากอาหาร เป็นภาระให้กับไต และอาจทำให้อ้วนได้อีกด้วย

4. ไม่ควรดื่มน้ำมากๆ หลังอาหาร

การดื่มน้ำมากๆ หลังอาหารจะไปเจือจางน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ไม่เพียงขัดขวางการย่อยและการดูดซึมสารอาหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ไม่สามารถทำลายแบคทีเรียที่อยู่ในอาหารอีกด้วย ซึ่งจะทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ติดเชื้อ

5. ออกกำลังกายมากเกินไป เป็นโทษ

การออกกำลังกายที่พอเหมาะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกระบวนการเมแทบอลิซึม ทำให้ร่างกายแข็งแรง หากหักโหมออกกำลังกายจะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกายมากเกินไป ส่งผลให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแย่ลง เป็นผลเสียต่อสุขภาพ

6. ไม่ควรกินอาหารซ้ำกันบ่อยๆ

สารอาหารในอาหารแต่ละชนิดแตกต่างกัน การเลือกกินแต่อาหารอย่างใดอย่างหนึ่งติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารบางอย่างมากเกินไปและน้อยเกินไป เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ได้

7. อย่าอ่านหนังสือขณะขับถ่าย

การนั่งอ่านหนังสือขณะเข้าห้องน้ำทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับลำไส้ได้ง่าย เนื่องจากการอ่านหนังสือขณะขับถ่ายจะทำให้ความสนใจเบี่ยงเบนไปที่หนังสือ จนกระทั่งมองข้ามการขับถ่าย จึงสูญเสียแรงบีบอุจาระตกค้างในลำไส้ตามปกติไป ก้อนอุจาระตกค้างในลำไส้เป็นเวลานานขึ้น อาจเกิดอาการท้องผูก นอกจากนี้การอ่านหนังสือทำให้ลืมเวลา จึงนั่งขับถ่ายเป็นเวลานานเกินไป อาจส่งผลให้เลือดออกในกระเพาะปัสสาวะ เส้นเลือดโป่งพองในทวรหนัก จนอาจทำให้เป็นริดสีดวงทวารหนัก

8. อย่าใช้ทิชชูเช็ดภาชนะใส่อาหาร

ถึงแม้การเช็ดภาชนะใส่อาหารด้วยทิชชูจะทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง แต่กระดาษทิชชูจำนวนมากในท้องตลาด (โดยเฉพาะทิชชูจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน) มักผ่านการฆ่าเชื้อไม่ดีพอ ดังนั้น บนกระดาษทิชชูจึงมีเชื้อโรคจำนวนมาก หรือแม้แต่กระดาษทิชชูที่ฆ่าเชื้ออย่างดีแล้ว หากวางไว้ก็สกปรกได้ และเมื่อเรานำกระดาษทิชชูเหล่านี้มาเช็ดภาชนะใส่อาหาร ก็เป็นการเพิ่มสิ่งสกปรกและเชื้อโรคให้ภาชนะ

9. เป็นหวัด อย่ากินแตงโม

ช่วงฤดูร้อน หากเป็นหวัดไม่ควรกินแตงโมในช่วงแรกของอาการ เนื่องจากแตงโมจัดเป็นอาหารประเภทหวานและมีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณขับความร้อน แก้กระหาย ขับปัสสาวะ การกินแตงโมในช่วงระยะแรกของอาการหวัด นากจากไม่ช่วยบรรเทาอาการของโรคแล้ว ความเย็นของแตงโมยังส่งผลให้อาการป่วยหนักขึ้น ดังนั้นการกินแตงโมเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพควรให้หายจากอาการหวัดเสียก่อน

10. อย่าอาบน้ำขณะอิ่มหรือท้องว่าง

การอาบน้ำทันทีหลังกินอาหารเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะการอาบน้ำจะทำให้ร่างกายต้องสูบฉีดเลือดมาหล่อเลี้ยงที่บริเวณผิวเพิ่มขึ้น จึงเท่ากับเป็นการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารลดลง ซึ่งหากปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำ อาจส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ ส่วนการอาบน้ำขณะท้องว่างจะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า มึนศรีษะ ตื่นเต้น เนื่องจากร่างกายขาดน้ำและมีน้ำตาลในเลือดต่ำ

จริงๆ มีกว่า 70 ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสุขภาพ ติดตามได้ในหนังสือ จากหนังสือ Health Plus ความรู้ซูเปอร์แซบ : 70 ความรู้กินอยู่ถูกวิธี

70 ความรู้กินอยู่ถูกวิธี

อ่านออนไลน์ http://www.mbookstore.com/book-read/8408
หรือจะซื้อก็มีตามร้านหนังสือแล้ววันนี้ค่ะ