ผิวหนังช้ำง่าย เป็นจ้ำเลือดแดงๆ ม่วงๆ เกิดจากอะไร โรคร้ายหรือเปล่านะ เช็คเลย!

Home / สุขภาพทั่วไป / ผิวหนังช้ำง่าย เป็นจ้ำเลือดแดงๆ ม่วงๆ เกิดจากอะไร โรคร้ายหรือเปล่านะ เช็คเลย!

เคยเป็นกันมั้ย มีรอยฟกช้ำเหมือนมีเลือดออกใต้ผิวหนังที่เราไม่รู้ว่าไปโดนอะไรมา หรือไปชนอะไรนิดชนอะไรหน่อยก็ช้ำแล้ว เป็นจ้ำเลือดแดงๆ ม่วงๆ แต่ไม่เจ็บเลยนะ สัก 1-2 สัปดาห์ก็หายไปเอง เป็นบ่อยขนาดนี้จะเป็นปัญหาสุขภาพมั้ยถ้าสงสัยก็มาฟังคุณหมอตอบคำถามนี้กันได้เลยค่ะ กระจ่างแน่นอน

ผิวหนังช้ำง่าย สัญญาณเตือนภัยสุขภาพโรคร้าย ลองอ่านดู

ศ. พญ. อรุณี เจตศรีสุภาพ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์และโลหิตวิทยา ได้ให้คำตอบว่า อาการเลือดออกใต้ผิวหนัง เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสรุปแล้วสามารถเกิดได้จากสาเหตุหลักๆ ดังนี้

1. ความผิดปกติของหลอดเลือด

เช่น หลอดเลือดไม่แข็งแรง อย่างไรก็ตามสาเหตุนี้พบค่อนข้างน้อย และส่วนใหญ่มักเกิดจากการถูกกระแทกอย่างแรงแล้วมีเลือดออก

2. ความผิดปกติของเกล็ดเลือด ได้แก่

  • จำนวนเกล็ดเลือดต่ำ โดยอาการเลือดออกเนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำมักจะเป็นจุดเลือดออก
  • มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลิวคีเมีย (Leukemia) คนที่เป็นอาการนี้มักจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เหนื่อยเพลีย มีไข้ มีเลือดออก มีอาการปวดตามข้อ เป็นต้น โดยรอยช้ำที่เป็นจ้ำๆ ที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นนั้นเกิดจากการที่เส้นเลือดปริแตกจนมีเลือดออกอยู่ใต้ผิวหนังและไม่ยอมหยุดง่ายๆ นั่นเอง
  • ความผิดปกติของการทำงานของเกล็ดเลือด ซึ่งอาจเกิดจากการกินยาบางตัว เช่น แอสไพริน หรืออาจเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุที่เรียกว่า APDE (Acquired platelet dysfunction with eosinophilia) อาการที่ว่านี้พบได้บ่อยในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยมีอาการเลือดออกใต้ผิวหนังอาจจะเป็นๆ หายๆ นานถึง 2 ปี แต่ในที่สุดก็หายได้

3. ความผิดปกติด้านการแข็งตัวของเลือด

สาเหตุอาจเป็นเพราะความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ในผู้ป่วยโรคฮีโมฟิเลีย ซึ่งจะมีการแข็งตัวของเลือดได้น้อยกว่าปกติ หรือเกิดตามหลังโรคบางโรค เช่น ผลต่อโรคตับวาย โดยลักษณะเลือดออกจากความผิดปกติที่ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดจะไม่ใช่เลือดออกที่ผิวหนังตื้นๆ แต่มักจะมีเลือดออกที่ส่วนผิวหนังลึกๆ และเป็นบริเวณกว้าง

4. เลือดออกเนื่องจากเนื้อเยื่อในชั้นนอก หลอดเลือดอ่อนแอหรือไม่แน่น

เช่น คนแก่ จะมีเลือดออกที่ผิวหนังแล้วเห็นเป็นรอยสีม่วงคล้ำ หรือสีน้ำตาลได้ชัดเจน ดังนั้น การจะรับรู้ได้ว่าแผลช้ำที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุใด คุณจำเป็นต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น…
-บริเวณที่ผิวหนังมักเกิดรอยช้ำ
-ลักษณะของรอยช้ำที่เกิดขึ้น
-ระยะเวลาที่เกิดรอยช้ำ
-มีอาการเลือดหยุดยาก อาการเหนื่อย อ่อนเพลีย หรืออาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่

โดยทั่วไปแล้วลองสำรวจดูก่อนว่า คุณพบรอยช้ำตรงบริเวณอื่นที่ไม่ได้ถูกกระแทกด้วยหรือไม่ หากไม่มีเลยและรอยช้ำตรงที่ถูกกระแทกหายหายไปภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ก็ถือว่าปกติ และไม่มีอะไรต้องกังวลใจ แต่หากมีจ้ำเลือดเกิดใหม่อีกโดยไม่มีการกระทบกระแทกควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจจะเกิดจากสาเหตุที่กล่าวไปข้างต้นทั้ง 4 ข้อก็เป็นได้

ลองสำรวจตัวเองอยู่เสมอ เพราะหากเกิดความผิดปกติใดๆ ขึ้นมาจะได้รับการรักษาได้ทันเวลา แล้วโรคที่คุณเป็นอยู่ก็จะไม่น่ากลัวอะไร เพราะโรคทุกโรคย่อมรักษาได้ หากตัวและใจคุณพร้อมค่ะ

 

ข้อมูลจาก : rak-sukapap