เตือนภัย! สวยสยองของต้องห้าม 3 บริการเสริมความงามที่ควรเลี่ยง

มีข่าวให้สาวๆ ชาว Campus-Star.com อ่าน เกี่ยวกับเรื่องความสวยความงามค่ะ .. หลังจากออกมาเตือนสาวไทยถึงเทคโนโลยีความงามสมัยใหม่อย่าง “โบท็อกซ์” และ “ฟิลเลอร์” ว่าเป็นดาบสองคม เร็วๆ นี้นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ยังเผยอีกว่า ในวงการแพทย์เพื่อความงาม ยังมีเทคโนโลยีเสริมความสวยที่ควรพึงระวังอีก 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

บริการเสริมความงามที่ควรเลี่ยง

ครีมหน้าขาวที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน, กลูตาไธโอน และลูกกลิ้งสร้างคอลลาเจนบนใบหน้า (เดอร์มาโรลเลอร์) โดยเทคโนโลยีความงามทั้งหมดนี้องค์การอาหารและยา (อย.) ยังไม่อนุญาติให้นำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ที่เห็นใช้ฉีดหรือทำกันอยู่เป็นการลักลอบนำเข้าทั้งหมด

นพ.จินดากล่าวต่อว่า อันตรายที่อาจเกิดขึ้นและเทคโนโลยีก็ต่างกันไป เช่น ครีมหน้าขาวที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผิวขาว ถ้าผิวขาวเร็วแสดงว่าครีมที่ใช้อยู่มีสารผสมอย่างเข้มข้น ผู้ใช้จะตกอยู่ในภาวะเสี่ยง อันตราย และมีความเป็นไปได้ว่าหากหยุดใช้แล้วผิวหนังจะเกิดปฏิกิริยา ส่งผลให้ใบหน้าเป็นฝ้าดำมากกว่าเดิม หรือจะเป็นในกลุ่มสารลอกหน้าที่มีไฮโดรควิโนนผสมอย่างเข้มข้นก็เข้าข่ายอันตราย โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถทำให้ผิวหน้าเหวอะ กลายเป็นแผลติดเชื้อได้ เพราะตัวสารเคมีจะไปกัดผิวทำให้ผิวชั้นบนหลุดลอกอย่างรุนแรง

ส่วนกลูตาไธโอนที่ฮอตฮิตติดตลาด สำหรับผู้ที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใส ก็ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้อย่างร้ายแรงไม่แพ้กัน โดย นพ.จินดาระบุว่า กลูตาไธโอนเป็นกรดอะมิโนแอซิดชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ เพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย แต่มีคุณประโยชน์เชิงความงามในด้านยับยั้งการสร้างเม็ดสีในผิว จึงมีการนำมาใช้เพื่อทำให้ผิวขาวขึ้น แต่มีข้อเสียคือต้องฉีดทุกอาทิตย์ และต้องฉีดเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือนจึงจะเห็นผล

“นอกจากจะต้องเสียเงินอย่างสม่ำเสมอแล้ว การฉีดกลูตาไธโอนเป็นระยะเวลานาน มีความเป็นไปได้ว่าจะไปทำให้เมลานินหรือเม็ดสี ที่จอประสาทตาลดลง ทำให้การรับแสง หรือการมองเห็นของดวงตาไม่เหมือนเดิม และหากฉีดเข้าร่างกายอย่างต่อเนื่อง จากสารต้านอนุมูลอิสระกลูตาไธโอนจะกลายเป็นสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผู้ใช้แก่เร็วขึ้น ที่สำคัญกลูตาไธโอนที่ใช้ฉีดกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นการลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่าน อย.” รอง ผอ.สถาบันโรคผิวหนังแจง และกล่าวต่อว่า

เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อความงามอีกชนิดหนึ่ง ที่ผู้คิดใช้บริการต้องพึงระวังให้มากคือ “เดอร์มาโรลเลอร์” หรือลูกกลิ้งสร้างคอลลาเจน ที่มีลักษณะการทำงานโดยให้เข็มขนาดเล็กจำนวนมากที่ติดอยู่กับตัวโรล แทงลงบนผิวที่ทายาชาไว้ด้วยการทาบกลิ้งไปมา ซึ่งผู้ใช้เชื่อกันว่าใบหน้าที่โดนเข็มขนาดเล็กนับพันเล่มทิ่มลงไป จะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลให้ผู้ทำมีผิวหน้าใหม่ที่เต่งตึงมากขึ้น ริ้วรอยต่างๆ ลดเลือนลง

“ความเชื่อดังกล่าว ในทางการแพทย์ยังไม่งานวิจัยเชิงนัยยะสำคัญออกมายืนยันให้ข้อมูลว่าเท็จจริงอย่างไร ทั้งนี้เดอร์มาโรลเลอร์ที่ใช้อยู่ในสหรัฐอเมริกา จะผลิตเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่ในประเทศไทยนิยมนำกลับมาใช้ใหม่ในแบบไม่ค่อยคำนึงถึงความสะอาด ซึ่งการทำความสะอาดลูกกลิ้งสร้างคอลลาเจนให้ปลอดภัย 100% ต้องผ่านระบบอบฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐานระดับโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่ใช่การแช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อเหมือนในร้านเสริมสวยและคลินิกเสริมความงามทำกัน ฉะนั้นมีความเสี่ยงมากที่ผู้ใช้บริการจะติดโรคทางกระแสเลือดจนถึงแก่ชีวิตได้ครับ และจริงๆ อย.แบน ห้ามนำเข้าหรือใช้เครื่องมือเสริมความงามชนิดนี้ในประเทศไทย” รอง ผอ.สถาบันโรคผิวหนังกล่าวตบท้าย.

นสพ.ไทยโพสต์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง