แป้งฝุ่นทาตัว ใช้ไปนาน ๆ เสี่ยงมะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก จริงหรือไม่

หากใครติดตามข่าวสาร ก็คงจะเคยได้ยินกันมาบ้างที่เขาว่ากันว่า แป้งฝุ่นทาตัว หรือแป้งเด็กที่เรานิยมใช้ทากันเพื่อให้สบายตัว ลดความอับชื้น มีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่หลายคนก็ออกมาบอกว่า ใช้มาตั้งนานแล้ว ก็ยังไม่เห็นเป็นอะไร… วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันดีกว่า

แป้งฝุ่นทาตัว ใช้ไปนาน ๆ เสี่ยงมะเร็งปอด ?

สารทัลคัมในแป้งฝุ่น

ทัลคัม คือ แร่ธาตุชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและกลิ่นได้ดี เมื่อทาที่ผิวจะเนียนลื่น จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักของแป้งฝุ่นทาตัว รวมถึงเครื่องสำอางด้วย (แต่ในเครื่องสำอางจะมีส่วนผสมของทัลคัมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น)

แต่ถ้าหากร่างกายสะสมทัลคัมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ เพราะเมื่อสารทัลคัมเข้าไปยังปอด จะไปสะสมอยู่ที่ผนังปอด ไม่สามารถย่อยสลายไปเองได้ นาน ๆ ไปจะทำให้ปอดอักเสบ ติดเชื้อ และอาจกลายเป็นมะเร็งปอดได้ในที่สุด

แป้งฝุ่น กับมะเร็งรังไข่ในผู้หญิง

สำหรับสาว ๆ ที่ชอบประแป้งให้น้องสาว เพราะคิดว่าช่วยลดความอับชื้นได้ดี ต่อไปนี้ก็คงต้องคิดหนักกันหน่อยแล้วล่ะ เพราะหากแป้งที่คุณทานั้นมีส่วนผสมของทัลคัม ก็อาจจะเล็ดลอดเข้าไปในร่างกายผ่านทางช่องคลอด และไปสะสมอยู่ที่ผนังรังไข่ และสุดท้ายอาจจะก่อให้เกิดเป็นมะเร็งได้

จากผลการศึกษาของ Dr Maggie Gates ผู้เชี่ยวชาญจาก Harvard Medical School ในบอสตัน ได้เตือนให้ผู้หญิงระมัดระวังการใช้แป้งฝุ่น โดยเฉพาะบริเวณจุดซ้อนเร้น จากการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่ใช้แป้งบริเวณจุดซ่อนเร้น มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่สูงกว่าคนที่ไม่ใช้ถึง 40% เลยทีเดียว

แป้งฝุ่น เสี่ยงมะเร็ง จริงหรือมั่ว?

หลายคนออกมาแย้งว่า ใช้แป้งมาตั้งนาน ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย.. แน่นอนว่าหากทัลคัมเป็นสารก่อมะเร็งจริง ก็อาจจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีก ไม่ว่าจะเป็นการที่ร่างกายแต่ละคน มีภูมิต้านทานต่างกัน ต่อต้านเซลส์มะเร็งได้แตกต่างกัน และระยะเวลาที่ร่างกายได้รับการสะสม

และถึงแม้จะมีงานวิจัยออกมามากมาย แต่ปัจจุบันสารทัลคัมในแป้งฝุ่นยังไม่ถูกประกาศให้เป็นสารก่อมะเร็ง เพราะยังไม่มีผลงานวิจัยที่ชัดเจนมากพอ ทำให้แป้งฝุ่นยังถูกจัดให้เป็นเครื่องสำอางควบคุมที่อาจเป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพอนามัยของผู้บริโภค แต่ไม่เข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์เสี่ยงอันตราย ที่ต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียนเครื่องสำอาง แต่ต้องระบุข้อมูล ส่วนผสมในฉลากให้ครบ และมีการห้ามใช้ส่วนผสมบางอย่าง

การใช้แป้งฝุ่น ให้ปลอดภัย

ขอบคุณข้อมูลจาก: healthline, matichon

บทความแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง