วิธีดูแลดวงตา หลังติดอยู่ในถ้ำมืด หรือที่มืดๆ เป็นเวลานาน

ดังที่ได้ทราบข่าวการพบตัวน้องๆ และโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ. เชียงราย แล้วเป็นเวลานานกว่า 9 วัน นอกจากร่างกายที่มีความอิดโรยอ่อนเพลียแล้ว ดวงตาถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากดวงตาอยู่ในที่มืดหรือมีแสงน้อยเป็นเวลานาน

วิธีดูแลดวงตา หลังติดอยู่ในถ้ำมืด หรือที่มืดๆ เป็นเวลานาน

ในวันนี้ นายแพทย์นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ จักษุแพทย์แห่งศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ จึงขอแนะนำการเตรียมความพร้อมในการปรับสายตาต่อการเจอแสงจ้าและการวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นต่อดวงตาได้ดังนี้

1. ระบบป้องกันแสงของดวงตา

ทำความเข้าใจกับระบบป้องกันแสงของดวงตาเรา เช่น รูม่านตา ที่อาจตอบสนองต่อแสงได้ไม่ดีเมื่ออยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน เวลาโดนแสงจะทำให้รูม่านตาหดเล็กลงไม่ดีเท่าที่ควร ผลกระทบคือปริมาณแสงจะเข้าสู่ดวงตาเรามากเกินไปโดยเฉพาะแสงแดด UV ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียต่อจอตาส่วนการรับภาพโดยตรงหรือเลนส์ตาได้ เราจึงไม่ควรลืมตาอย่างรวดเร็ว และหาอุปกรณ์ปกป้องดวงตามาสวมใส่ เช่น แว่น หมวก หรือผ้าคลุม

2. อาการล้า ปวดกระบอกตา

อาจพบอาการล้า ปวดกระบอกตาและตาพร่ามัวได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อตาเพ่งจะหยุดทำงานชั่วขณะเมื่ออยู่ในที่มืด การกลับมาทำงานใหม่ของดวงตา อาจพบการล้าหรือเกร็งตัวได้ง่าย กรณีนี้จึงต้องให้เวลาในการดูแลและการปรับตัวของสายตา โดยสามารถสังเกตอาการของดวงตาร่วมด้วย

3. เซลล์รับแสงจอตา

เซลล์รับแสงจอตา (cone photorecepter cell) อาจพบความผิดปกติชั่วขณะได้ เนื่องจากการอยู่ในที่มืดนาน เพราะจอตาจะใช้เซลล์รูปแท่ง (rod photoreceter cell) อย่างเดียวในที่มืด และหากร่างกายขาดสารอาหารร่วมด้วยขณะติดอยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน ก็จะทำให้การสร้างเซลล์รับแสงจอตามีผลกระทบมากขึ้น

วิธีดูแลรักษา

ดังนั้นบุคคลที่อยู่ในที่มืดนานๆ ทั้งตัวน้องๆ และโค้ชทั้ง 13 คน รวมทั้งทีมช่วยเหลือทั้งหมดที่เข้าไปอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน ก็ควร ..

สวมแว่นที่ทึบแสง

1. ได้รับการปรับดวงตาเรื่องแสง โดยการสวมแว่นที่ทึบแสง ป้องกันและกรองแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตาได้รอบด้าน รวมถึงยังป้องกันสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนมาในน้ำ ดินโคลน หรือเชื้อโรคต่างๆ ที่เราไม่สามารถมองเห็นได้

หากแสบ เคืองตา ปวดตา

2. โดยหากมีอาการแสบเคืองตา ปวดตา ควรรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่ควรขยี้ตา เพราะอาจทำให้ผิวตาลอกหรือถลอกได้ ควรหลับตาไว้ก่อนซักครู่ ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างแผล หากอาการแสบเคืองตาไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ทันที

หลีกเลี่ยง แสงอาทิตย์หรือแสงไฟ

3. นอกจากนี้เมื่อน้องๆ และทีมช่วยเหลือกลับสู่สภาวะปกติ ก็ควรให้การดูแลเอาใจใส่ดวงตาเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงอาทิตย์หรือแสงไฟจ้าโดยตรง

อาหาร-ดื่มน้ำ

4. รับประทานอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดื่มน้ำมากๆ และควรพักผ่อนให้เพียงพอ

ที่มา : จักษุแพทย์แห่งท็อปเจริญ ภาพจาก unsplash.com

บทความแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง