รวมวิธีดูแลสุขภาพในหน้าฝน

Home / สุขภาพทั่วไป / รวมวิธีดูแลสุขภาพในหน้าฝน

ปีนี้ฝนมาเร็วกว่าปีก่อน ๆ โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ มีพายุเข้ามาเป็นระลอก ๆ ทำให้หลาย ๆ ท่านเปียกปอนไปตามๆ กัน ดังนั้นเมื่อย่างหน้าฝนปีนี้ ปัญหาใหญ่คือ ผมเปียก ตัวเปียก และถ้าน้ำท่วม บางท่านอาจจะต้องลุยน้ำด้วย ทำให้ถุงเท้าและรองเท้าก็จะเปียกชื้นได้ ดังนั้นจึงจะรวบรวมปัญหาด้านผิวพรรณและเส้นผมที่พบได้บ่อยๆ พร้อมแนวทางป้องกัน ในช่วงหน้าฝนดังนี้

ดูแลสุขภาพในหน้าฝน

เส้นผม

เมื่อเส้นผมเปียกฝน การเช็ดผมให้แห้ง หรือปล่อยให้แห้งแล้วไม่เพียงพอควรทำความสะอาดผมด้วยน้ำสะอาด และแชมพูด้วย เพราะฝนที่ตกมาจะนำพาเอาเชื้อโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะ เชื้อไวรัสมาด้วย ถ้าเราหมักน้ำฝนไว้บนศีรษะ เราก็คงจะเป็นหวัดจากการติดเชื้อไวรัส การเลือกแชมพูสระผมที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา หรือเชื้อ P.ovale( เช่น Ketoconazole sahmpoo,Selsun) ก็เป็นการป้องกันรังแค และการติดเชื้อรา ที่หนังศีรษะได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ หลังสระผมเสร็จ ควรเช็ดผมให้แห้งทุกครั้ง ไม่ควรนอนในขณะที่ผมยังเปียกอยู่ เพราะอาจทำให้หนังศีรษะชื้นและเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้

ลำตัวและเสื้อผ้าเปียกฝน

ควรทำให้เสื้อผ้าแห้งโดยเร็ว ถ้าสามารถถอดออก เปลี่ยนใหม่ได้เลยจะยิ่งดี เพราะเสื้อผ้าที่เปียกฝนจะมีไวรัสปะปนอยู่ด้วยทำให้เป็นไข้หวัดได้เช่นกัน นอกจากนี้เสื้อผ้าเปียกชื้นถ้าเราใส่หมักหมมนาน ๆ จะเป็นบ่อเกิดให้เชื้อรา โดยเฉพาะเชื้อเกลื้อนมาเกาะที่ผิวหนัง โดยตำแหน่งที่พบเชื้อโรคเกลื้อนได้บ่อยๆ ก็คือ อก หลัง ไหล่ ต้นแขน และใบหน้า ซึ่งเมื่อติดเชื้อเกลื้อนแล้วจะหายได้ช้าเป็นเดือน ๆ และสามารถเป็นซ้ำได้อีกถ้าไม่ป้องกัน จึงควรระวังรักษาสุขภาพผิวให้แข็งแรงและสะอาดเสมอ โดยการสวมใส่เสื้อผ้าที่แห้งสะอาด สำหรับเสื้อผ้าที่เปียกชื้นนาน ๆ ควรนำไปผึ่งแดดให้ร้อนจัดหรือรีดด้วยเตารีดร้อน ๆ จะเป็นการฆ่าเชื้อที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าได้ดีมาก

สวมถุงเท้าและรองเท้าที่เปียกฝน

ควรถอดถุงเท้าและรองเท้าออกทันทีเมื่อมีโอกาส และทำให้แห้งโดยเร็ว เพราะถ้าเท้าเปียกชื้นนาน ๆ เมื่อถอดรองเท้าออกจะพบว่าผิวเท้าซีด เหี่ยวย่น และถ้าอบไว้นานมากๆ ผิวเท้าอาจจะลอกเป็นขุยบาง ๆ ทำให้ผิวมีความต้านทานต่อเชื้อโรคต่ำลง ซึ่งพบว่าจะติดเชื้อราได้บ่อย คือ ฮ่องกงฟุต โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้าตรงที่ถูกบีบรัดโดยรองเท้ามากๆ ซึ่งได้แก่ซอกนิ้วเท้า ตั้งแต่นิ้วกลางคนถึงนิ้วก้อย โดยอาการเริ่มแรกจะมองเห็นเป็นผิวซีดขาวและเปื่อยยุ่ยออกมาจากซอกนิ้วเท้าและมีกลิ่นเหม็น

ดังนั้นการพบแพทย์เมื่อตรวจรอยโรค และขูดเชื้อมา ตรวจดูว่าการเป็นเชื้อชนิดใด การทายาครีมแก้เชื้อราจะได้ผลใน 4-6 สัปดาห์ กรณีที่กลับถึงที่พักแล้ว ควรจะทำความสะอาดเท้า ด้วยการฟอกสบู่และล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดเท้าให้แห้ง ถ้ามีแป้งฝุ่นให้ทาบาง ๆ ตามซอกเท้าและฝ่าเท้าสักเล็กน้อย แล้วปล่อยให้เท้าโล่งสัก 2 ชั่วโมง จึงจะสวมใส่ถุงเท้าและรองเท้าใหม่ (ซึ่งมิใช่คู่ที่เปียกชื้น) เพราะ รองเท้าที่เราใช้ในขณะที่เปียกฝน หรือย่ำน้ำท่วม ได้มีเชื้อราแทรกซึมในเนื้อผ้าหมดแล้ว ต้องทำการกำจัดออกโดยการนำไปตากแดดให้แห้งและร้อนหรือเช็ดด้วยน้ำยาฟอรมาลินเพื่อทำลายเชื้อรา และถุงเท้าควรต้มหรือรีดด้วยความร้อนสูง เพราะเชื้อราจะถูกฆ่าได้ในกรณีที่มีความร้อนใกล้ 100 องศาเซลเซียส หรือโดยน้ำยาฟอร์มาลินจึงจะนำมาใช้ใหม่