ปวดหัวจี๊ด! ระวังให้ดี 8 อาหารตัวร้าย ยิ่งกินยิ่งปวดหัว

Home / สุขภาพทั่วไป / ปวดหัวจี๊ด! ระวังให้ดี 8 อาหารตัวร้าย ยิ่งกินยิ่งปวดหัว

เคยมีอาการปวดหัว ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีเรื่องเครียดกันมั้ยคะ หาสาเหตุเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ นั่นอาจจะเป็นเพราะอาหารที่ทาน ลองไปดู 8 อาหารตัวร้าย ยิ่งกินยิ่งปวดหัว ที่ไม่ใช่แค่คนที่เป็นไมเกรนควรจะเลี่ยง แต่คนทั่วไปก็ไม่ควรทานเยอะเกินไป เพราะอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้

อาหารใกล้ตัว ยิ่งกินยิ่งปวดหัว

กล้วย และอะโวคาโดสุก

ในกล้วยหอมและอะโวคาโดมี ไทรามีน (tyramine) สูง ซึ่งอาหารที่มีไทรามีนสูงจะทำให้ไมเกรนกำเริบ และถึงคุณจะไม่ได้เป็นไมเกรน ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหัวได้

หมากฝรั่ง

หลายคนอาจจะคิดว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยคลายความเครียดได้ แต่จริง ๆ แล้วการเคี้ยวหมkกฝรั่งนาน ๆ อาจจะทำให้เกิดอาการปวดหัวหนักกว่าเดิม เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อจุดเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน นอกจากจะสร้างความเมื่อยล้าให้เกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างความกดดันและเพิ่มความเครียดให้กับกล้ามเนื้อ

เนื้อสัตว์แปรรูป

ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก แฮม เบคอน หรือ ลูกชิ้นต่าง ๆ จะมีสารไนเตรต และไนไตรต์ผสมอยู่ เพื่อป้องกันการเน่าเสียของอาหาร ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ที่อาจจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวได้

ขนมปัง

กลูเตนที่อยู่ในอาหารพวกที่ทำจากข้าวสาลี อย่างขนมปัง แครกเกอร์ เส้นพาสต้าต่าง ๆ อาจจะทำให้การย่อยอาหารมีปัญหา แต่บางทีอาการปวดหัวก็เป็นอาการที่บ่งบอกว่าคุณกำลังแพ้กลูเตน

ชีส

ชีสยิ่งหมักนานยิ่งอร่อย แต่การที่หมักทิ้งไว้นาน ๆ นั้น จะทำให้เกิด ไทรามีน (tyramine) ที่เป็นตัวการที่ทำให้ปวดหัว โดยเฉพาะใน บลูชีส พาเมซานชีส เชดด้าชีส สวิซชีส และมอสซาเรลล่าชีส

ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตถือเป็นอาหารที่ควรเลี่ยงสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไมเกรนค่ะ เพราะมีคนราว 22 % ที่พบว่าช็อกโกแลตเป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว เราะมีส่วนผสมของคาเฟอีน และไทรามีน แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญบางคนที่แย้งว่า ช็อกโกแลตอาจไม่ใช่ต้นเหตุของอาหารปวดหัว

เบียร์

ของหมักอีกอย่างหนึ่งที่ต้องระวัง เพราะการหมักจะทำให้เกิดสารไทรามีน ที่จะกระตุ้นทั้งอาการปวดหัว และปวดตุบ ๆ ที่ขมับ

อาหารที่ใส่ผงชูรสมากไป

ทั้งขนมซอง ๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส้มตำ ยำต่าง ๆ และอาหารกล่องแช่แข็ง เพราะผงชูรสคือ “โมโนโซเดียมกลูตาเมต” ท่านที่รักจะเห็นว่ามีทั้ง “โซเดียม” ที่กระตุ้นความดันสูง ที่สำคัญยังมี “กลูตาเมต” ซึ่งไม่ดีต่อเส้นประสาท

ขอบคุณที่มาจาก: aol

Written by: Typrn