อย่าละเลย! ผลไม้รถเข็น เลือกกินยังไงให้ดีต่อสุขภาพ

Home / สุขภาพทั่วไป / อย่าละเลย! ผลไม้รถเข็น เลือกกินยังไงให้ดีต่อสุขภาพ

มนุษย์สายเฮลตี้ที่โปรดปรานการกินผลไม้เป็นที่สุดหลายคนคงจะหนีไม่พ้น ‘ผลไม้รถเข็น’ ที่หากินได้ง่าย และสะดวกสุด ๆ ไม่ต้องปอก ต้องหั่นเอง ซื้อปุ๊ปหยิบเข้าปากได้ปั๊บ และหลายคนก็ไม่ได้นึกถึงความสะอาดและปลอดภัย เพราะเห็นเป็นผลไม้ก็คิดไปเองว่า ‘ดี’ ทั้งนั้น แต่จริง ๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่าที่เราเห็น เพราะฉะนั้นคราวหน้าคราวหลังจะเลือกซื้อผลไม้อะไรก็ต้องดูกันให้ดี ๆ หน่อยนะ

ผลไม้รถเข็น เลือกกินยังไงให้ดีต่อสุขภาพ

เลี่ยงผลไม้ดอง/แช่อิ่ม

เพราะจะได้คุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก ผลไม้ดองส่วนใหญ่จะใส่สารเคมี เช่น สารกันบูด บอแร็กซ์ เสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อนสูง และมีโซเดียมสูงมาก ทำให้ร่างกายเกิดภาวะความดันโลหิตสูง และไตทำงานหนัก

เลี่ยงผลไม้ที่มีสีฉูดฉาด

บางครั้งที่เราเห็นว่าผลไม้มีสีสัน ดูสดใหม่ น่ากิน นั่นอาจเป็นเพราะการผสมสี และบางครั้งอาจไม่ใช่สีผสมอาหารแต่เป็นสีย้อมผ้า ทางที่ดีควรเลือกซื้อผลไม้ที่มีสีเป็นธรรมชาติ ไม่สดจนเกินไป และถ้าทาน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่าผลไม้มันหวานผิดปกติ และทานแล้วรู้สึกมีรสขมติดคอ ก็ควรจะหยุดทาน เพราะอาจจะมีการใส่สารแทนความหวานซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

ลดเครื่องจิ้ม

ไม่ว่าจะเป็นพริกเกลือ กะปิ น้ำปลาหวาน หรือเครื่องจิ้มอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่มีส่วนผสมของน้ำตาล หรือเกลือเป็นหลัก และบางทีก็อาจจะใส่ผงชูรสด้วย ซึ่งถ้าร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินไป ก็จะเกิดผลเสีย ทางที่ดีควรเลี่ยงของพวกนี้ ทานผลไม้เปล่า ๆ ได้จะดีที่สุด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรทานแต่น้อยดีกว่านะ

นอกจากนี้สำหรับคนที่กำลังไดเอท หรือควบคุมน้ำหนักอยู่ อาจจะเลือกไม่ถูก ว่าผลไม้ชนิดไหนที่ให้พลังงานต่ำ กินแล้วไม่อ้วน วันนี้เราก็มีพลังงานในผลไม้รถเข็นยอดฮิตมาฝากกันด้วยนะ

มะม่วงมัน

มะม่วงมัน 100 g. ให้พลังงาน 76 kcal
ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น มีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนวิตามินอีในมะม่วงรวมทั้งซีลีเนียม (Selenium) สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในร่างกายได้ มีวิตามินเอสูง ดังนั้นจึงช่วยบำรุงสายตา

มะละกอ

มะละกอ 100 g. ให้พลังงาน 43 kcal
ช่วยให้ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ และมีเส้นใยสูง จึงสามารถบรรเทาอาการท้องผูกได้ดี ช่วยเสริมสร้างความจำและบำรุงสมอง ลดความเสี่ยงการเป็นอัลไซเมอร์ บำรุงหัวใจให้แข็งแรง และสามารถป้องกันการเกิดไขมันอุดตันเส้นเลือด และยังมีสารไลโคปีน ที่จะช่วยในการต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี

สับปะรด

สับปะรด 100 g. ให้พลังงาน 50 kcal
มีวิตามินซีสูงช่วยรักษาโรคเหงือก โรคความดันโลหิตสูง ช่วยบรรเทาอาการร้อน กระสับกระส่าย แก้อาการท้องผูก ช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีน ขับปัสสาวะ รักษาโรคนิ่ว และโรคหลอดลมอักเสบ แถมยังช่วยลดเสมหะในลำคอได้เป็นอย่างดี

ฝรั่ง

ฝรั่ง 100 g. ให้พลังงาน 68 kcal
ฝรั่งมีวิตามินซีสูงกว่ามะนาว 4 เท่า สูงกว่าส้มถึง 5 เท่า เส้นใยอาหารสูงกว่าส้มถึง 70 เท่า ซึ่งมีประโยชน์มากต่อระบบการขับถ่าย ทำให้อาหารย่อยง่าย ลดระดับของคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงจะเกิดโรคลำไส้อักเสบ เพิ่มระดับของไขมันดีในร่างกาย

ชมพู่

ชมพู่ 100 g. ให้พลังงาน 28 kcal
ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยลดและควบคุมคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีวิตามินเอช่วย บำรุงสายตา วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและต่อต้านอนุมูลอิสระ มีไลโคพีน (Lycopiene) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันมะเร็ง

แตงโม

แตงโม 100 g. ให้พลังงาน 30 kcal
บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ช่วยบำรุงสายตา และสามารถใช้ล้างพิษจากอาหารที่ทานเข้าไปก่อนหน้าได้ด้วย ทั้งยังช่วยลดอาการเป็นไข้ คอแห้ง และรักษาแผลในปาก นอกจากนี้ยังมี ซิทรูไลน์ (Citrulline) ที่สามารถช่วยขยายหลอดเลือดแดง เหมาะกับคนที่เป็นโรคอ้วน และโรคเบาหวาน

ขอบคุณที่มาจาก: lovefitt