กะหล่ำ กะหล่ำปลี ผัก โรคไทรอยด์

ทำไมถึงไม่ควรกินกะหล่ำปลีแบบดิบๆ – คนแบบไหน ที่ควรหลีกเลี่ยง

Home / สุขภาพทั่วไป / ทำไมถึงไม่ควรกินกะหล่ำปลีแบบดิบๆ – คนแบบไหน ที่ควรหลีกเลี่ยง

เป็นความเชื่อที่พูดกันต่อๆ มาว่ากะหล่ำปลีไม่ควรกินดิบเพราะมีพิษ บ้างก็ว่ากินดิบแล้วจะทำให้เป็นไทรอยด์ วันนี้เรามีข้อมูลมาไขความกระจ่างจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล มาให้ทุกคนได้อ่านเป็นความรู้ที่ถูกต้องกัน .. ทำไมถึงไม่ควรกินกะหล่ำปลีแบบดิบๆ

ทำไมถึงไม่ควรกินกะหล่ำปลีแบบดิบๆ

ผศ.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า จริงๆ แล้วไม่ได้ห้ามรับประทานดิบโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ว่าผู้ป่วยบางกลุ่มอาจต้องระวังการกินกะหล่ำปีดิบเท่านั้นเอง!!

ใครที่กินกะหล่ำปลีดิบไม่ได้?

กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ซึ่งเป็นภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ ไม่ควรกินกะหล่ำปลีดิบ เพราะในกะหล่ำปลี จะมีสารชื่อ กอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารที่ขัดขวางการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนไปใช้สร้างฮอร์โมนธัยรอกซินได้น้อยกว่าปกติ หรือทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำยิ่งขึ้น แต่หากนำกะหล่ำปลีไปผ่านความร้อน สารกอยโตรเจนก็จะสลายไป

ทำไมถึงไม่ควรกินกะหล่ำปลีแบบดิบๆ

คนปกติไม่มีปัญหาสุขภาพกินกะหล่ำปลีดิบได้

คนที่ร่างกายปกติ ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพอะไร สามารถกินได้ ประโยชน์ของเจ้ากะหล่ำนั้นมีมากมาย มีสารที่เรียกว่า ไอโซไทโอไซยาเนต (Isothiocyanate) เป็นสารที่สามารถกระตุ้นเอนไซม์ทำลายสารพิษ ที่สำคัญยังมีสารพฤกษเคมี ( Phytochemical) มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ช่วยแก้และบรรเทาอาการท้องผูก ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และช่วยแก้อาการเจ็บคอ เป็นต้น

แต่ถ้าใครกังวลสารกอยโตรเจน ก็อาจนำไปนึ่งผ่านความร้อนเล็กน้อย สารกอยโตรเจนก็จะหายไปบ้าง ในขณะที่สารไอโซไทโอไซยาเนตจะสลายไปเล็กน้อยก็ไม่เป็นอันตรายกับคนปกติ” ผศ.ชนิพรรณกล่าว นอกเหนือจากนี้สิ่งที่ต้องกังวลคือ สารเคมี หรือยาฆ่าแมลงตกค้างในกะหล่ำปลี ก่อนนำมารับประทานจึงควรล้างทำความสะอาดให้ดี

ที่มา: สสส, มติชนออนไลน์

บทความแนะนำ