นอนเท่าไหร่ก็ไม่หายง่วง อย่าชะล่าใจ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรค!

Home / สุขภาพทั่วไป / นอนเท่าไหร่ก็ไม่หายง่วง อย่าชะล่าใจ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรค!

เคยมั้ย นอนเท่าไหร่ก็ไม่หายง่วง ถ้าคุณเคยมีอาการแบบนี้คงจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าอาการง่วงเหงาหาวนอนนั้นนอกจากจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียไม่สดชื่นแล้ว ยังจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอีกด้วย วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้หายสงสัยกัน

ทำไมนอนเท่าไหร่ก็ไม่หายง่วง

ลองดูสิว่าพ่อแม่ของคุณมีอาการนี้ด้วยหรือเปล่า

จากการวิจัยพบว่าการที่บางคนนอนเท่าไหร่ก็ไม่พอนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม จากการวิจัย นักวิจัยได้พบยีนตัวหนึ่งที่คอยควบคุมเวลาการนอนและการตื่นนั่นคือ ‘ยีนการนอนหลับ’ ที่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้บางคนต้องการเวลานอนที่มากกว่าคนอื่น ๆ และแน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราสามารถควบคุมปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการนอนหลับของเราได้ อย่างเช่นเวลาเข้านอนและตื่นนอน

อาจจะเป็นสัญญาณของโรคความผิดปกติด้านการนอนหลับ (Sleeping Disorder)

ถ้าคุณมีอาการง่วงนอนอย่างหนักทั้ง ๆ ที่ก็นอนอย่างเพียงพอ อาจจะมีสาเหตุมากจากโรคที่เกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น การหยุดหายใจระหว่างนอนหลับที่ทำให้สะดุ้งตื่นกลางดึกจนทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้โรคลมหลับ และปัญหาการนอนไม่หลับจากการเปลี่ยนเวลานอน ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้นอนหลับไม่เพียงพอหรือไม่เต็มอิ่มจนทำให้เกิดอาการง่วงนอนระหว่างวันได้

คุณอาจจะมีปัญหาสุขภาพจิตก็ได้นะ

รู้หรือไม่ว่าการนอนยาว ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณของภาวะซึมเศร้า เพราะการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และสุขภาพจิตอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ โดยส่วนมากมักมาจากอาการเบื่อหน่าย นอกจากนี้ภาวะซึมเศร้าก็จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียจนเป็นสาเหตุของอาการง่วงเหงาหาวนอน

การได้รับบาดเจ็บที่สมอง

การที่สมองได้รับบาดเจ็บนั้นจะทำให้ร่างกายต้องการเวลานอนที่เพิ่มมากขึ้น จากการวิจัยพบว่าคนที่สมองได้รับบาดเจ็บจะนอนเยอะกว่าคนอื่น ๆ เพราะการนอนหลับนั้นเป็นการฟื้นฟูสมอง และเมื่อได้นอนหลับอย่างเต็มที่สมองของพวกเขาก็กลับมาสู่สภาพปกติ

ง่วงเพราะนอนไม่พอ

จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การนอนยาว ๆ 10-12 ชั่วโมงเพื่อชดเชยการอดหลับอดนอนในวันที่ผ่านมานั้นจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นอยู่สักพักก่อนที่จะทรุดฮวบในเวลาต่อมา

นอกจากการนอนไม่พอแล้ว การนอนไม่เป็นเวลาก็จะอาจจะทำให้คุณง่วงไม่หายเช่นกัน วัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะชอบนอนดึกตื่นสาย บางคนถึงกับนอนเช้าตื่นบ่าย ซึ่งเป็นการฝืนกฎของนาฬิกาชีวิตที่ควบคุมการนอนหลับและการตื่นนอนของเรา ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียในระหว่างวันนั่นเอง

ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลียอยู่บ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่คุณก็ไม่ได้อดหลับอดนอน ขอแนะนำให้รีบไปหาหมอโดยด่วน เพราะไม่แน่นะ

คุณมีโรคเหล่านี้ติดตัวอยู่หรือเปล่า

ปัญหาสุขภาพบางอย่างก็ส่งผลต่อการนอนหลับ อย่างเช่น

โรคโลหิตจาง อาการง่วงนอนจากโรคโลหิตจางนั้นโดยส่วนใหญ่จะมาจากภาวะขาดธาตุเหล็ก

ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย

โรคเบาหวาน ทำให้รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลีย

โรคแพ้กลูเตน อาการแพ้อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ท้องเสีย และโลหิตจางได้

โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง คือโรคที่เกิดจากการอ่อนเพลียอย่างรุนแรงติดต่อกันมานานมากกว่า 6 เดือน