ดวงตา ตากุ้งยิง

แอบดูใครอาบน้ำ! ไม่ได้ทำให้เป็น “ตากุ้งยิง” สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร?

Home / สุขภาพทั่วไป / แอบดูใครอาบน้ำ! ไม่ได้ทำให้เป็น “ตากุ้งยิง” สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร?

ลบความเชื่อผิดๆ การแอบดู หรือถ้ำมองคนอื่นเวลาอาบน้ำจะเป็น ตากุ้งยิง ที่กล่าวมาไม่ใช่ความจริง สาเหตุของการเป็น ตากุ้งยิ้ง คืออะไรกันแน่ ไปอ่านเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

ตากุ้งยิง เกิดจากอะไร?

เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันบริเวณโคนขนตาอุดตัน ทำให้เกิดการติดเชื้อโรคแบคทีเรีย สแตฟฟิโลค็อกคัส (Staphylococcus)  เป็นเชื้อที่ไม่ร้ายแรงหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นที่เป็นอันตราย  สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งตาบนและตาล่าง แต่จะเกิดกับเปลือกตาบนมากกว่า มีจำนวนต่อมต่าง ๆ มากกว่าเปลือกตาล่าง สามารถเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในช่วงวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่  รู้ถึงสาเหตุกันแล้ว ดังนั้นลบความเชื่อผิดๆ ไปด้วยนะคะว่า ตากุ้งยิงไม่ได้เกิดจากการแอบดูใครอาบน้ำ 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่ทำให้เป็นตากุ้งยิงอีกด้วยค่ะ เช่น ไม่รักษาความสะอาด อย่างคนที่ไม่ชอบล้างมื้อแล้วเอามือขยี้ตา ล้างเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาไม่สะอาด ฝุ่นละออง คอนแทคเลนส์ไม่สะอาด, โรคเบาหวาน, พิษสุราเรื้อรัง, ตากุ้งยิงมักพบในช่วงวัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ ถ้าในผู้สูงอายุเป็นโรคนี้จำเป็นต้องตรวจเช็คร่างกาย เพราะมีความเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หรือโรคต่าง ๆ ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลงนั่นเองค่ะ

อาการของ ตากุ้งยิง

  • มีแผลตกสะเก็ด หรือมีตุ่มหนองคล้ายสิวนูนบวม บริเวณที่เปลือกตา หรือตาชั้นใน
  • อาจตุ่มน้ำเกิดขึ้นที่เปลือกตา และน้ำตาไหลร่วมด้วย
  • เปลือกตาบวม หรือดวงตามีสีแดง มีความรู้สึกเจ็บปวด

ตากุ้งยิงมี 2 ประเภท

ตากุ้งยิงภายนอก หรือเรียกว่า ตากุ้งยิงชนิดหัวผุด เพราะเวลาเป็นจะมีอาการตุ่มบวมเกิดขึ้นที่ขอบเปลือกตาด้านนอก อาจมีตุ่มหนองร่วมด้วย เมื่อสัมผัสโดนจะรู้สึกเจ็บ

ตากุ้งยิงชนิดหัวหลบใน หรือเรียกว่า ตากุ้งยิงภายใน เพราะเวลาเป็นหัวฝี หรือตุ่มบวมจะขึ้นหลบอยู่ด้านในของเปลือกตา ระดับความเจ็บปวดจะน้อยกว่าตากุ้งยิงแบบภายนอก

โดยปกติแล้ว ตากุ้งยิง สามารถหายเองได้ไม่กี่วัน ถึงแม้จะไม่ได้รับการรักษา แต่ถ้าเพื่อนๆ มีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เ

  • หลังจากเป็นตากุ้งยิงมาแล้ว 2 วัน อาการไม่ดีขึ้นเลย
  • เปลือกตาบวมมาก และรู้สึกเจ็บปวดทรมานแทบทนไม่ไหว
  • อาการบวมแดงไม่ได้อยู่แค่ที่ตา แต่ลามไปที่ส่วนอื่นๆ บนใบหน้า
  • มีหนองไหลออกมาทำให้การมองเห็นไม่ปกติ

หากมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา และสิ่งสำคัญเพื่อห่างไกลจากโรคนี้อย่าลืมรักษาความสะอาด อย่าขยี้ตาแรงๆ หรือเวลาที่มือสกปรก อย่าใช้เครื่องสำอางหมดอายุหรือร่วมกับผู้อื่น และควรล้างหน้าล้างตาให้สะอาดทุกครั้งด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะดวงตา รับประทานอาหารบำรุงสายด้วย อาทิ อัลมอนด์ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ปลาแซลมอน เป็นต้น

ที่มาข้อมูล: www.pobpad.comwww.honestdocs.co, medthai.com