ผู้หญิงควรรู้ อวัยวะเพศ

สวนล้างช่องคลอด ดีจริงหรือ? | 8 วิธีดูแลน้องสาวอย่างถูกต้อง

Home / สุขภาพทั่วไป / สวนล้างช่องคลอด ดีจริงหรือ? | 8 วิธีดูแลน้องสาวอย่างถูกต้อง

จุดซ่อนเร้นของสาว ๆ เป็นจุดที่มีความบอบบาง เราจึงต้องทะนุถนอมกันเป็นพิเศษ วันนี้เรามี 8 วิธีดูแลน้องสาวอย่างถูกต้อง มาฝากสาว ๆ กัน อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ก็ลองไปเช็กกันดูได้เลย

8 วิธีดูแลน้องสาวอย่างถูกต้อง

ไม่สวนล้างช่องคลอด

ใครที่เข้าใจว่าการสวนล้างช่องคลอดเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนควรทำ เพราะจะทำให้ช่องคลอดจะสะอาด สดชื่น ถือเป็นความคิดที่ผิด! เพราะการสวนล้างช่องคลอดจะไปเปลี่ยนค่า pH ของช่องคลอด ทำให้เกิดผลเสียต่าง ๆ ตามมา เช่น

– ช่องคลอดติดเชื้อได้ง่าย ถ้าสวนอาทิตย์ละครั้ง จะมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอดสูงขึ้นถึง 5 เท่า

– เพิ่มอัตราเสี่ยงติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศต่าง ๆ

– เสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก การสวนล้างช่องคลอดจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงได้รับเชื้อมะเร็งปากมดลูกมากขึ้น

– มีลูกยาก การสวนล้างช่องคลอดจะเป็นการไปลดจำนวนอสุจิ และทำให้อสุจิอ่อนแอลง

เลี่ยงน้ำหอม

เป็นธรรมดาที่น้องสาวของเราจะมีกลิ่นตุ ๆ ทำให้สาว ๆ หลายคนกลัวว่ากลิ่นนี้จะไปรบกวนคนรอบข้าง ทำให้ต้องใช้สบู่ หาสเปรย์ น้ำหอมต่าง ๆ มาประโคมเข้าไป แต่จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านั้นอาจทำให้ช่องคลอดเกิดการระคายเคืองได้ ทางที่ดีแค่ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดก็เพียงพอแล้ว

ดูแลความสะอาดของจุดซ่อนเร้น

หลังเข้าห้องน้ำควรเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง จะได้ไม่เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียและลดความเสี่ยงการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ และตอนเป็นประจำเดือนก็ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยอยู่เสมอ

ใส่เสื้อผ้าที่สบายตัว

ถ้าใส่เสื้อผ้ารัดรูปแน่น ๆ จนน้องสาวหายใจไม่ออก เพราะอาจจะทำให้เกิดความอับชื้นบริเวณทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย และควรเลือกใช้กางเกงในที่ทำจากผ้าระบายอากาศได้ดี อย่างผ้าฝ้าย ที่สำคัญไม่ควรใส่กางเกงในชื้น ๆ อย่างเวลาที่ตากไม่แห้ง หรือจะเป็นตอนที่เพิ่งออกกำลังกาย หรือว่ายน้ำมาก็ควรจะเปลี่ยนออกทันที

อาหารการกินก็สำคัญ

โยเกิร์ตช่วยได้ เพราะมีส่วนผสมของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หรือโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อราในช่องคลอดได้ นอกจากนี้ก็ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะจะช่วยรักษาสุขอนามัยทางเพศได้ หรือกระเทียม ที่ช่วยรักษาอาการติดเชื้อราและยีสต์ภายในช่องคลอดได้

อย่าให้อ้วนเกินไป

ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เป็นการช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และความอับชื้นจากการมีไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบด้านใน

มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย

ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะนอกจากจะช่วยคุมกำเนิดแล้วยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเอดส์ โรคเริม ซิฟิลิส หรือหนองใน

ตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง และตรวจภายใน

ตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง และตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอ โดยควรตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกครั้งแรกเมื่ออายุครบ 21 ปี  และอย่าลืมฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก: th.theasianparent, pobpad

written by: Typrn