นอนไม่หลับ สุขภาพการนอน

โรคร่าเริง(ตอนกลางคืน) กลางวันไม่ตื่น กลางคืนไม่นอน พาโรคอื่น ๆ มาอีกเพียบ!

Home / สุขภาพทั่วไป / โรคร่าเริง(ตอนกลางคืน) กลางวันไม่ตื่น กลางคืนไม่นอน พาโรคอื่น ๆ มาอีกเพียบ!

โรคร่าเริง หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู เพราะโรคนี้ไม่ได้เป็นชื่อโรคทางการแพทย์ แต่เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของคน ที่ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย ในยุคปัจจุบันที่คนเรามีไลฟสไตล์ที่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อน บางคนทำงานกะดึก บางคนจำเป็นต้องอดหลับอดนอนทำงาน อ่านหนังสือ รวมไปถึงบางคนเลือกที่จะใช้ชีวิตในตอนกลางคืนไปกับการผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่ต้องเจอมาทั้งวัน ทั้งเล่นโซเชียล เล่นเกม เที่ยวกลางคืน และเมื่อใช้ชีวิตแบบนั้นบ่อย ๆ ก็ทำให้ร่างกายชินกับการใช้ชีวิตในตอนกลางคืน และส่งผลกระทบมากมายต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย

โรคร่าเริง พฤติกรรมที่นำพาไปสู่โรคอีกมากมาย

ผลพวงของการเป็นมนุษย์ร่าเริง

ตื่นเช้าไม่ไหว ง่วงไปทั้งวัน

พออดนอนตอนกลางคืน หรือนอนไม่เต็มอิ่ม พอนาฬิกาปลุกตอนเช้าก็จะกดเลื่อนไปเรื่อย ๆ ตื่นไม่ไหว ลุกไม่ขึ้น ฮอร์โมนจะหลั่งตอนที่นอนหลับก็หลั่งได้ไม่เต็มที่ ทำให้หลับไม่สนิท ตื่นมาก็ยังง่วงอยู่และจะง่วงไปทั้งวัน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งเรียนทั้งงาน พังไปหมด!

ติดกาแฟ

แน่นอน พอง่วงแล้วก็ต้องหาตัวช่วย คนพวกนี้จะหันไปซบอกกาแฟ ต้องกินกาแฟทุกวัน วันละแก้ว บางคนถึงขั้นวันละ 2 แก้วเช้าบ่าย กลายเป็นคนติดกาแฟไปซะอย่างนั้น

โกรทฮอร์โมนไม่หลั่ง

โกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในขณะที่เราหลับ ในช่วงเวลา 22.00 – 02.00 น. เพื่อฟื้นฟูร่างกายและช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ และช่วยควบคุมความเครียด แต่การที่เราอดหลับอดนอนในช่วงเวลาที่โกรทฮอร์โมนหลั่ง ก็จะทำให้การเผาผลาญน้อยลง อยากของหวาน สิ่งที่ตามมาก็คือน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ลำไส้เกเร

เวลาที่ลำไส้จะทำงานก็คือช่วงเช้า เวลา 05.00 – 07.00 น. แต่ถ้าเราใช้ชีวิตไม่ตรงตามนาฬิกาชีวิต ไม่ตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำตามช่วงเวลาก็จะทำให้เกิดอาการท้องผูก และมีปัญหาการขับถ่าย

โรคตามมาอีกเพียบ

ถ้ายังไม่ปรับการใช้ชีวิต ยังอดหลับอดนอน นอนไม่พอ นอนดึกตื่นสาย นอนเช้าตื่นบ่าย ก็จะเกิดโรคอื่น ๆ ตามมา ร่างกายของคุณจะรวนไปหมด เนื่องจากความสมดุลของฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป อาจจะเกิดอาการอย่าง ประจำเดือนผิดปกติ ร่างกายเผาผลาญได้แย่ลง ทำให้อ้วนขึ้น รวมไปถึงเกิดโรคกลุ่มการเผาผลาญอาหาร (Metabolic Disorders) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต

ปรับพฤติกรรม เลิกเป็นมนุษย์ร่าเริง

ปรับเวลานอน

ถ้าจะให้ดีควรเข้านอนตั้งแต่ไม่เกิน 4 ทุ่ม ถ้าไม่ไหวจริง ๆ งานไม่เสร็จ อ่านหนังสือไม่จบ ก็ไม่ควรเกินเที่ยงคืน เพื่อให้โกรทฮอร์โมนหลั่งได้เต็มที่ในเวลาท่เรานอนหลับ

ออกกำลังกาย

เพื่อกระตุ้นการทำงานของโกรทฮอร์โมน และสร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนตัวอื่นๆ ที่สำคัญการออกกำลังกายตอนเช้าเช้า จะช่วยให้ร่างกายกะปรี้กะเปร่าไปตลอดทั้งวัน

คุมอาหาร

ปรับเรื่องอาหารการกิน กินโปรตีนให้มาก และลดคาร์โบไฮเดรต เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังจะทำให้ง่วงในช่วงบ่ายได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณข้อมูลจาก: samitivejhospitals