กรมอนามัย ผักมีสารเคมีตกค้างสูง ผักสด สุขภาพ

ต้องระวัง และทำให้สะอาดก่อนกิน! 10 อันดับ ผักมีสารเคมีตกค้างสูง เตือนจากกรมอนามัย

Home / สุขภาพทั่วไป / ต้องระวัง และทำให้สะอาดก่อนกิน! 10 อันดับ ผักมีสารเคมีตกค้างสูง เตือนจากกรมอนามัย

ถึงแม้คุณค่าทางโภชนาการผักทานแล้วได้รับประโยชน์ ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย และหากก่อนจะนำไปทานนั้น ผักที่เลือกไปประกอบอาหารเป็นผักที่มีสารพิษตกค้างเป็นที่แน่นอนว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต ล่าสุด ทางกรมอนามัยออกมาเตือนว่าตรวจพบสารเคมีสูงมากในผักสดที่ขายอยู่ในท้องตลาด จะมีอะไรบ้างไปอัพเดทกันค่ะ

10 อันดับ ผักมีสารเคมีตกค้างสูง

เมือวันที่ 20 ก.ค. 2561  ที่ผ่านมา นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าตรวจพบ การตกค้างของสารเคมีอยู่ในพืชผักที่จำหน่ายตามท้องตลาด มีผักสด 10 ชนิด ที่มีการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปริมาณสูง  ได้แก่

10 อันดับ ผักมีสารเคมีตกค้างสูง เตือนจากกรมอนามัย

1. กวางตุ้ง

2. คะน้า

3. ถั่วฝักยาว

4. พริก

5. แตงกวา

6. กะหล่ำปลี

7. ผักกาดขาวปลี

8. ผักบุ้งจีน

9. มะเขือ

10. ผักชี

โดยทั้งหมดนี้ หากทานผักที่ได้รับยาฆ่าแมลงตกค้างในปริมาณมากจะส่งผลให้เวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง อาจเกิดหัวใจวาย และร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อย ๆ ค่อย ๆ สะสมในร่างกาย จะเป็นสาเหตุให้เกิด โรคมะเร็ง ได้ด้วยค่ะ

10 อันดับ ผักมีสารเคมีตกค้างสูง เตือนจากกรมอนามัย

ผักที่นิยิมกินสดก็ต้องระวัง

นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไล และเชื้อซาลโมเนลลา ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคอาหารเป็นพิษในผักแบบสด ๆ เช่น ผักกาดหอม ต้นหอม ผักชี กะหล่ำปลี ผักชีฝรั่ง โหระพา สะระแหน่ ใบบัวบก ถั่วพู แตงกวา ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ในการเพาะปลูก โดยเชื้อเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในลำไส้ของสัตว์ และถูกขับถ่ายออกมากับมูลของสัตว์ เมื่อนำปุ๋ยจากมูลสัตว์มาใช้ในการเกษตร เชื้อโรคอาจปนเปื้อนมาด้วย เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารได้

10 อันดับ ผักมีสารเคมีตกค้างสูง

10 อันดับ ผักมีสารเคมีตกค้างสูง

วิธีทานผักให้ปลอดภัย

นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย แนะนำว่า ก่อนทานผัก ต้องล้างให้สะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างหรือการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์

วิธีล้าง ให้ล้างด้วยน้ำไหล โดยแช่ในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำไหลผ่าน และคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาที

หรือจะแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู  5 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด หรือใช้โซเดียม ไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) ครึ่งช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด

ลองนำไปทำกันนะคะ เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ^_^

บทความแนะนำ :