กินบิงชู แคลอรีสูง-เสี่ยงติดโรค คำเตือนจากสำนักอนามัย

Home / สุขภาพทั่วไป / กินบิงชู แคลอรีสูง-เสี่ยงติดโรค คำเตือนจากสำนักอนามัย

บิงชู เมนูขนมน้ำแข็งใสเทรนด์ฮิตจากเกาหลี ที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่น หน้าตาขนมอาจจะดูน่่ารัก น่ากิน แต่หากไม่ถูกสุขลักษณะก็ทำให้มีผลอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน ล่าสุดมีประกาศเตือนจาก กองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ว่าการกิน บิงชู นั้นนอกจากแคลอรี่สูงแล้วยังเสี่ยงติดโรคด้วย

กินบิงชู แคลอรีสูง-เสี่ยงติดโรค

กองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า  น้ำแข็งไสแบบไทยที่มีขนมหวานอยู่ข้างใต้ มีน้ำแข็งโปะ และราดน้ำสีต่างๆ พร้อมด้วยนมข้นหรือน้ำกะทิ และน้ำแข็งไสแบบเกาหลี หรือ “บิงซู” ซึ่งเป็นน้ำแข็งปั่นละเอียดและราดด้วยท็อปปิ้ง และมีวิธีกินที่ใช้ช้อนตักกินร่วมกันในถ้วยเดียว เสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อผ่านทางน้ำลาย ได้แก่ หวัด ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ คางทูม โปลิโอ วัณโรค ไวรัสตับอักเสบเอ ซาร์ส เป็นต้น นอกจากนี้ น้ำแข็งที่กิน หากเกิดจากการผลิตและจำหน่ายที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทั้งสถานที่ผลิต จำหน่าย ภาชนะ อุปกรณ์ วัตถุดิบและตัวอาหาร รวมทั้งผู้สัมผัสอาหาร อาจทำให้มีเชื้อจุลินทรีย์ อีโคไล และเชื้อจุลินทรีย์ซาโมเนลลา ที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงได้

นอกจากเชื้อโรคแล้ว บิงชูยังมีปริมาณแคลอรี่ก็สูงมากๆ พอๆ กับกินข้าวเหนียวทุเรียนมะม่วงเลยทีเดียว โดยบิงซูมีปริมาณแคลอรีที่สูงมากถึง 300-750 กิโลแคลอรี ขณะที่ข้าวเหนียวทุเรียนและมะม่วง 365-450 กิโลแคลอรี และฮันนีโทสต์ 300-700 กิโลแคลอรี เมื่อเทียบจากปริมาณอาหารเท่ากันที่ 100 กรัม

สำหรับใครที่อดใจไม่ไหว ก็ใช่ว่าจะกินขนมหวานดังกล่าวไม่ได้นะคะ แต่ควรเลือกกินจากร้านที่ให้บริการสะอาด ดูสุขลักษณะของพนักงานขาย ควรกินในปริมาณอย่างเพียงพอ และเลือกท็อปปิ้งหน้าผลไม้เพื่อสุขภาพ